ประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับบุคลากร บริษัท วิชัยเทรดดิ้ง(1983) จำกัด

ประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับบุคลากร
(Privacy Notice for Employee)

บริษัท วิชัยเทรดดิ้ง(1983) จำกัด

เพื่อเป็นการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกฎหมายฉบับแก้ไขเพิ่มเติมใด ๆ ในอนาคต (“กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”) บริษัท วิชัยเทรดดิ้ง(1983) จำกัด (“บริษัท”) จึงจัดทำประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ (“ประกาศ”) เพื่ออธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยประกาศฉบับนี้จะครอบคลุมถึงท่านซึ่งเป็น บุคลากรของบริษัทและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับบุคลากร

นิยาม

ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลธรรมดาซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ
ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งอาจก่อให้เกิดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
ฐานทางกฎหมาย หมายถึง เหตุที่กฎหมายรองรับให้สามารถเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลได้ ทั้งนี้ ภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บุคลากร หมายถึง บุคคลซึ่งทำงานหรือปฏิบัติหน้าที่ใด ๆ ให้กับบริษัท และได้รับค่าจ้าง สวัสดิการ และค่าตอบแทนอื่น ไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไรเพื่อตอบแทนการทำงาน เช่น กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน ผู้จัดการ บุคลากร ผู้ฝึกงาน พนักงานรับเหมาค่าแรง หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน รวมถึงสมาชิกครอบครัวและบุคคลที่สามอื่น ๆ ที่บุคลากรได้ให้ข้อมูลไว้ตามวัตถุประสงค์ของประกาศฉบับนี้
บุคคลที่เกี่ยวข้องกับบุคลากร หมายถึง บุคคลอื่นซึ่งบุคลากรได้ให้ข้อมูลไว้กับบริษัท รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง บุคคลซึ่งบุคลากรได้อ้างอิงไว้ในเอกสารสมัครงาน สมาชิกในครอบครัว บุคคลที่สามารถติดต่อได้ในกรณีฉุกเฉิน ทายาทผู้รับผลประโยชน์ เป็นต้น


ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวม
บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามที่ระบุในประกาศฉบับนี้ทั้งหมดหรือบางส่วน ทั้งนี้ ตามความจำเป็นเพื่อการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ต่าง ๆ  ของบริษัทที่แจ้งในประกาศฉบับนี้

ข้อมูลระบุตัวตนและข้อมูลติดต่อทั่วไป ได้แก่ คำนำหน้า ชื่อ ชื่อสกุล อายุ เพศ วันเดือนปีเกิด สัญชาติ อาชีพ ที่อยู่ปัจจุบันและที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน รูปภาพ ลายมือชื่อ สถานะการสมรส สถานะครอบครัว หมายเลขโทรศัพท์ส่วนตัว อีเมล ภาพถ่าย และภาพเคลื่อนไหว เป็นต้น
ข้อมูลทางการเงิน ได้แก่ ข้อมูลเงินเดือน หมายเลขบัญชีธนาคาร เป็นต้น
ข้อมูลตามเอกสารอ้างอิง ได้แก่ ข้อมูลบัตรประกันสังคม ข้อมูลกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ข้อมูลบัตรประชาชน ข้อมูลหนังสือเดินทาง ข้อมูลบัตรประจำตัวผู้เสียภาษี ข้อมูลใบอนุญาตในการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพในประเทศไทย ข้อมูลใบผ่านเกณฑ์ทหาร ข้อมูลใบขับขี่ ข้อมูลทะเบียนบ้าน ข้อมูลใบรับรองการศึกษา วุฒิบัตร เอกสารรับรองคุณวุฒิ หนังสือรับรองเกี่ยวกับครอบครัว นามบัตร แบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน สัญญาจ้างงานและเอกสารที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลเอกสารอื่น ๆ ที่ได้ให้ไว้กับบริษัท เป็นต้น
ข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาและการฝึกอบรม ได้แก่ ประวัติการศึกษาและการฝึกอบรม หนังสือรับรองคุณวุฒิ ความสามารถด้านภาษา ข้อมูลการอบรมและการทดสอบ กิจกรรมที่เข้าร่วมระหว่างศึกษา เป็นต้น
ข้อมูลเกี่ยวกับการทำงาน ความเชี่ยวชาญ หรือทักษะพิเศษ ได้แก่ ทักษะในการทำงาน ประสบการณ์และประวัติการทำงาน สถานที่ทำงานเก่าและปัจจุบัน ระยะเวลาการทำงานในอดีตถึงปัจจุบัน ตำแหน่งงานและเงินเดือนที่ต้องการ วันที่สมัครงาน หมายเลขใบสมัคร เป็นต้น
ข้อมูลเกี่ยวกับผลประโยชน์และสวัสดิการที่ได้รับเนื่องจากการทำงานกับบริษัท ได้แก่ ข้อมูลเกี่ยวกับการประกันสังคม การประกันชีวิต/ประกันสุขภาพ เป็นต้น
ข้อมูลการประเมินผลการสัมภาษณ์งานและผลการทำงานโดยบริษัท ได้แก่ ผลการประเมินทักษะ ข้อคิดเห็นต่อตัวผู้สมัคร ผลการสัมภาษณ์ ข้อตกลงเกี่ยวกับการจ้างงาน ตำแหน่งงาน ระยะเวลาทดลองงาน เงินเดือน หรือ เงื่อนไขอื่น ๆ ที่ตกลงเพื่อรับเข้าทำงาน ผลการประเมินการทดลองงาน ผลการประเมินประจำปี ประวัติพฤติกรรมและการลงโทษทางวินัย บันทึกการหยุดและการลา เป็นต้น
ข้อมูลโทรทัศน์วงจรปิด ได้แก่ ภาพเคลื่อนไหวหรือภาพนิ่งที่บันทึกด้วยกล้องโทรทัศน์วงจรปิดของบริษัท
ข้อมูลของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับบุคลากรซึ่งระบุไว้ในเอกสารการรับสมัครงานและเอกสารในการจ้างงาน ได้แก่ บุคคลซึ่งพนักงานได้อ้างอิงไว้ตอนสมัครงาน สมาชิกในครอบครัวของพนักงาน บุคคลที่สามารถติดต่อได้ในกรณีฉุกเฉิน ทายาทผู้รับผลประโยชน์ เช่น คำนำหน้า ชื่อ ชื่อสกุล เลขประจำตัวประชาชน ความสัมพันธ์กับผู้สมัคร อายุ อาชีพ/ตำแหน่ง การศึกษา ที่อยู่ สถานที่ทำงาน ข้อมูลติดต่อของสมาชิกครอบครัวและบุคคลอ้างอิง ทายาทผู้รับผลประโยชน์  เป็นต้น
ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว ได้แก่ ศาสนา ภาพจำลองลายนิ้วมือ/ใบหน้า ข้อมูลสุขภาพ เช่น น้ำหนักและส่วนสูง โรคประจำตัว ผลการตรวจสุขภาพประจำปี อุณหภูมิร่างกาย เป็นต้น

หมายเหตุ   กรณีที่ท่านให้รายละเอียดของบุคคลที่สามอื่นใด หรือกรณีข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามปรากฏในเอกสารต่าง ๆ ที่บริษัทเก็บรวบรวมจากท่านตามประกาศฉบับนี้ ท่านมีหน้าที่ต้องแจ้งให้บุคคลที่สามดังกล่าวทราบถึงกรณีที่ท่านนำข้อมูลของบุคคลดังกล่าวมาเปิดเผยต่อบริษัท รวมถึงรายละเอียดในประกาศฉบับนี้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าว

แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งที่มาทั้งโดยทางตรงและทางอ้อมดังต่อไปนี้

จากตัวท่านเองโดยตรง โดยผ่านช่องทางใดช่องทางหนึ่งดังต่อไปนี้

• ผ่านทางวาจา ได้แก่ กรณีการพูดคุยต่อหน้า หรือทางโทรศัพท์ เป็นต้น
• ผ่านทางเอกสาร ได้แก่  จดหมายแนะนำตัว ประวัติย่อการทำงาน (Curriculum Vitae / Resume) แบบฟอร์มใบสมัครงาน นามบัตร เอกสารสัญญา แบบฟอร์มการกรอกเอกสารประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ประกันกลุ่ม หรือเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจ้างงาน หรือการปฏิบัติหน้าที่ใด ๆ ให้กับบริษัท เป็นต้น
• ผ่านทางช่องทางการติดต่ออื่น ได้แก่ อีเมล โทรสาร ช่องทางการติดต่อออนไลน์ เช่น ช่องทางเว็บไซต์จัดหางานที่ท่านได้ฝากข้อมูลส่วนตัวของท่านไว้สำหรับการสมัครงานในตำแหน่งที่บริษัทเปิดรับสมัคร เว็บไซต์ของบริษัท หน้า Facebook ของบริษัท เป็นต้น

จากแหล่งอื่น ๆ หรือบุคคลที่สาม • ได้แก่ องค์กรนายหน้าจัดหางาน บุคคลที่ท่านได้อ้างอิงในใบสมัครงานเพื่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานของท่าน หรือองค์กรอื่นที่ท่านได้เคยหรือได้ทำงานให้ องค์กรของรัฐ สถานพยาบาลที่ได้ให้บริการตรวจสุขภาพแก่ท่าน ธนาคารพาณิชย์ บริษัทอื่น ๆ ซึ่งเป็นผู้จัดสรรสวัสดิการต่าง ๆ ของบริษัทให้แก่ท่าน เช่น บริษัทประกันชีวิต บริษัทอื่นในเครือในกลุ่มบริษัท ผู้กระทำการแทนหรือผู้รับมอบฉันทะของผู้ถือหุ้น หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่เก็บและเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นสาธารณะตามกฎหมาย เช่น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์เป็นต้น


วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อนำไปใช้และ/หรือเปิดเผยภายใต้วัตถุประสงค์และโดยอาศัยฐานทางกฎหมายตามที่ปรากฏในประกาศฉบับนี้เท่านั้น หากบริษัทมีความจำเป็นต้องเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มเติมหรือใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์อย่างอื่นนอกเหนือจากที่ปรากฏในประกาศนี้ บริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและ/หรือแจ้งให้ทราบถึงวัตถุประสงค์ใหม่ในการเก็บรวบรวมข้อมูลดังกล่าวอีกครั้ง รวมถึงบริษัทจะขอความยินยอมจากท่านในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลใหม่ในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้บริษัทต้องได้รับความยินยอม ภายใต้หลักเกณฑ์ของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

  • ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคลากร
วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ฐานทางกฎหมาย
1. การติดต่อสื่อสารเกี่ยวกับการเข้าทำสัญญาจ้างแรงงาน สัญญาจ้างกรรมการ (ถ้ามี) ตลอดจนการเข้าทำสัญญา การแก้ไขเปลี่ยนแปลงและการเลิกสัญญาดังกล่าว ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป
– เพื่อการปฏิบัติตามสัญญาหรือเข้าทำสัญญา
– เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท

ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว
– เพื่อความจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่กฎหมายกำหนด (กรณีมีกฎหมายกำหนด เช่น เพื่อการประเมินความสามารถในการทำงานของพนักงาน เพื่อการคุ้มครองแรงงาน)
– ขอความยินยอมโดยชัดแจ้ง
2. การตรวจสอบคุณสมบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของท่าน เช่น กฎหมายการทำงานของคนต่างด้าว หรือกฎหมายเกี่ยวกับความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เป็นต้น และดำเนินการช่วยเหลือให้ท่านได้มาซึ่งคุณสมบัติดังกล่าว เช่น การยื่นคำขอใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าว การยื่นขอวีซ่า การแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน (จป.) เป็นต้น รวมถึงการตรวจสอบและจัดเก็บข้อมูลอื่นที่จำเป็นต่อการพิจารณาตรวจสอบคุณสมบัติและความเหมาะสมกับตำแหน่งงานของท่าน เพื่อวัตถุประสงค์ในการคุ้มครองแรงงานและสวัสดิภาพในการทำงาน ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป
– ขอความยินยอมโดยชัดแจ้ง
– เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายที่ใช้บังคับกับบริษัท
– เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว
– เพื่อความจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่กฎหมายกำหนด(กรณีมีกฎหมายกำหนด เช่น เพื่อการประเมินความสามารถในการทำงานของพนักงาน เพื่อการคุ้มครองแรงงาน)
– ขอความยินยอมโดยชัดแจ้ง
3. การดำเนินการเพื่อประโยชน์ในการติดต่อและประกอบธุรกิจของบริษัท อันเนื่องมาจากตำแหน่งหน้าที่การงานของท่าน เช่น การจัดทำนามบัตร การใช้และเปิดเผยข้อมูลของท่านเพื่อติดต่อประสานงานกับลูกค้า คู่ค้า หน่วยงานของรัฐ และเพื่อการเข้าทำสัญญาระหว่างบริษัทกับลูกค้าหรือคู่ค้า หรือการเดินทางไปต่างประเทศเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย รวมถึงการมอบอำนาจให้เป็นผู้รับมอบอำนาจกระทำการแทนบริษัทในบางกรณี ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป
– เพื่อการปฏิบัติตามสัญญาหรือเข้าทำสัญญา
– เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท หรือบุคคลที่สาม (เช่น ลูกค้า คู่ค้า เป็นต้น)
– เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายที่ใช้บังคับกับบริษัท (ในกรณีที่ติดต่อกับเจ้าหน้าที่รัฐ)ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว
– เพื่อความจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่กฎหมายกำหนด (กรณีมีกฎหมายกำหนด เช่น เพื่อการประเมินความสามารถในการทำงานของพนักงาน เพื่อการคุ้มครองแรงงาน)
– ขอความยินยอมโดยชัดแจ้ง
4. การบริหารจัดการเกี่ยวกับทรัพยากรบุคคลของบริษัท ได้แก่ การขึ้นทะเบียนลูกจ้าง การขึ้นทะเบียนระบบ IT แก่ลูกจ้าง การกำกับดูแลและตรวจสอบการเข้าทำงาน (เช่น การตรวจสอบเวลาการเข้า-ออกงานด้วยระบบภาพจำลองฝ่ามือ/ใบหน้า) การขาด การลา การประเมินประสิทธิภาพและความสามารถในการทำงาน การพิจารณาเลื่อนตำแหน่ง การพิจารณาลงโทษทางวินัย และการเลิกจ้าง การแจ้งข่าวสารและนโยบายของบริษัท ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการจัดการและควบคุมดูแลพนักงานตามข้อบังคับการทำงานของบริษัท และกรณีมีกฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป
– เพื่อการปฏิบัติตามสัญญาหรือเข้าทำสัญญา
– เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท
– เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายที่ใช้บังคับกับบริษัทข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว
– เพื่อความจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่กฎหมายกำหนด(กรณีมีกฎหมายกำหนด เช่น เพื่อการประเมินความสามารถในการทำงานของพนักงาน เพื่อการคุ้มครองแรงงาน)
– ขอความยินยอมโดยชัดแจ้ง
5. การจ่ายค่าจ้าง เงินโบนัส ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ท่านได้ออกไปก่อนเพื่อทำงานให้แก่บริษัท การดำเนินการเกี่ยวกับการประกันสังคม การดำเนินการเกี่ยวกับการจ่ายภาษีของท่าน การให้สวัสดิการต่าง ๆ และการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ของบริษัท เช่น การทำประกันสุขภาพ การตรวจสุขภาพประจำปี เป็นต้น รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลของท่านให้หน่วยงานของรัฐ เช่น สำนักงานประกันสังคม กรมสรรพากร รวมถึงหน่วยงานอื่น เช่น บริษัทนายจ้างของท่าน (กรณีที่ท่านเป็นพนักงานรับเหมาค่าแรง) ธนาคารพาณิชย์ บริษัทประกัน บริษัทสายการบิน เพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวข้างต้น ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป
– เพื่อการปฏิบัติตามสัญญาหรือเข้าทำสัญญา
– เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายที่ใช้บังคับกับบริษัท
– เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท
– ขอความยินยอมโดยชัดแจ้ง (สำหรับการให้สวัสดิการและจัดกิจกรรมต่าง ๆ ของบริษัท)ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว
– เพื่อความจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่กฎหมายกำหนด (กรณีมีกฎหมายกำหนด เช่น เพื่อการประเมินความสามารถในการทำงานของพนักงาน เพื่อการคุ้มครองแรงงาน เพื่อการประกันสังคม)
– ขอความยินยอมโดยชัดแจ้ง
6. การดำเนินการเกี่ยวกับการฝึกอบรมทักษะบุคลากรของบริษัท ทั้งภายในและภายนอกบริษัท และทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลต่อหน่วยงานรัฐ เช่น กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน  กระทรวงแรงงาน และเปิดเผยต่อบุคคลภายนอกเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว เช่น บริษัทในกลุ่ม ผู้จัดอบรมภายนอก ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป
– เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท (กรณีการฝึกอบรมภาคบังคับโดยบริษัท)
– เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายที่ใช้บังคับกับบริษัท (กรณีการฝึกอบรมภาคบังคับโดยกฎหมาย เช่น การอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน (จป.))
– ขอความยินยอมโดยชัดแจ้ง (กรณีการฝึกอบรมภาคสมัครใจ)ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว
– ขอความยินยอมโดยชัดแจ้ง
7. การบริหารจัดการงานด้านธุรการและเทคโนโลยีสารสนเทศของบริษัท เช่น การดำเนินการเกี่ยวกับคำขอของพนักงานที่มีต่อบริษัท การส่งมอบอุปกรณ์หรือเครื่องมือสำหรับการทำงานของบริษัทให้กับบุคลากร การตรวจสอบการใช้งานและการส่งคืนอุปกรณ์หรือเครื่องมือดังกล่าว การติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยบนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และระบบเครือข่ายของบริษัท การจำกัดสิทธิการเข้าถึงและการใช้งานข้อมูลบนฐานข้อมูลของบริษัท รวมถึงการจัดการเกี่ยวกับองค์กรและการดำเนินธุรกิจของบริษัท เช่น การซื้อขายกิจการ การควบรวมกิจการ การปรับโครงสร้างบริษัท ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป
– เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท
8. เพื่อการดำเนินการของบริษัทในงานด้านการควบคุมคุณภาพ การตรวจสอบภายใน การควบคุมภายใน การตรวจสอบมาตรฐานระบบการจัดการบริหารงานคุณภาพของบริษัท รวมไปถึงการเปิดเผยข้อมูลให้แก่แผนกอื่นภายในบริษัทและแก่บริษัทภายนอกที่ได้รับการรับรองให้ตรวจสอบมาตรฐานระบบการจัดการบริหารงานคุณภาพของบริษัท ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป
– เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว
– ขอความยินยอมโดยชัดแจ้ง
9.  การรักษาความปลอดภัยภายในบริเวณบริษัท เช่น การสอดส่องดูแลบริเวณภายในบริษัทด้วยกล้องโทรทัศน์วงจรปิด การตรวจสอบการเข้า-ออกบริษัทด้วยระบบแสกนบัตรหรือระบบแสกนลายนิ้วมือ เป็นต้น ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป
– เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว
– ขอความยินยอมโดยชัดแจ้ง
10. การตรวจสอบข้อเท็จจริงและบันทึกข้อมูลด้านสุขภาพของท่าน เช่น การเก็บรวบรวมข้อมูลอุณหภูมิร่างกายของท่าน เป็นต้น เพื่อใช้เป็นวิธีป้องกันเชื้อโรคหรือโรคติดต่อซึ่งอาจส่งผลต่อการแพร่กระจายเชื้อในวงกว้าง รวมไปถึงในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคลที่เข้ามาภายในบริษัท ทั้งนี้ยังรวมไปถึงการเปิดเผยข้อมูลไปยังองค์กรภายนอกเพื่อจุดประสงค์ดังกล่าว เช่น เปิดเผยแก่กรมควบคุมโรค สถาบันการแพทย์และหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป
– เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท
– เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายที่ใช้บังคับกับบริษัท
– เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย และสุขภาพของบุคคลข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว
– เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของท่านกรณีที่ท่านไม่สามารถให้ความยินยอมได้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุใดก็ตาม
– เพื่อความจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่กฎหมายกำหนด (เช่น กฎหมายเกี่ยวกับประโยชน์สาธารณะด้านสาธารณสุข)
– ขอความยินยอมโดยชัดแจ้ง (กรณีไม่มีกฎหมายกำหนดให้บริษัทสามารถเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอม)
11. การประชาสัมพันธ์นโยบายและกิจกรรมต่างๆของบริษัท เช่น การนำภาพถ่ายหรือวิดีโอบุคลากรในงานอบรมบุคลากรไปโพสต์ลงเฟซบุ๊คเพจหรือเว็บไซต์ของบริษัท เป็นต้น

 

ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป
– ขอความยินยอมโดยชัดแจ้ง
– เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว
– ขอความยินยอมโดยชัดแจ้ง
12. การบันทึกหรือเก็บรักษาข้อมูลของท่านไว้บนฐานข้อมูลของบริษัทเพื่อเป็นหลักฐานอ้างอิงเกี่ยวกับการจ้างงานท่านและการปฏิบัติตามสัญญาจ้างของบริษัท เช่น การเก็บรักษาข้อมูลตามใบสมัครงาน การบันทึกข้อมูลการเข้าออกบริษัท การเก็บผลการตรวจสุขภาพประจำปีซึ่งเป็นสวัสดิการของบริษัท เป็นต้น และกรณีเก็บไว้เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายที่ใช้บังคับกับบริษัท เช่น การเก็บเอกสารและเปิดเผยต่อหน่วยงานของรัฐตามที่กฎหมายกำหนด หรือการแจ้งข้อมูลต่อหน่วยงานของรัฐ ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป
– เพื่อการปฏิบัติตามสัญญาหรือเข้าทำสัญญา
– เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท  (กรณีการเก็บไว้เป็นฐานข้อมูล)
– เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายที่ใช้บังคับกับบริษัท (กรณีการเก็บตามกฎหมาย)ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว
– เพื่อความจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่กฎหมายกำหนด (กรณีการเก็บตามกฎหมาย)
– ขอความยินยอมโดยชัดแจ้ง (กรณีการเก็บไว้เป็นฐานข้อมูล)
13. การปกป้องสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท หรือโต้แย้งข้อกล่าวหาที่มีต่อบริษัท เช่น การดำเนินคดีตามกฎหมาย การริเริ่มคดี การต่อสู้คดี การระงับข้อพิพาทนอกศาล และการดำเนินการอื่น ๆ เพื่อปกป้องสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท หรือโต้แย้งข้อกล่าวหาที่มีต่อบริษัทตามที่มีกฎหมายอนุญาต ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป
– เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว
– เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
  • บุคคลที่เกี่ยวข้องกับบุคลากร
วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ฐานทางกฎหมาย
1. บันทึกและเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบในทะเบียนพนักงานลูกจ้าง การรับรองและเพื่อการดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับสวัสดิการของพนักงานลูกจ้าง

 

ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป
– เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว
– ขอความยินยอมโดยชัดแจ้ง
2. การปกป้องสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท หรือโต้แย้งข้อกล่าวหาที่มีต่อบริษัท เช่น การดำเนินคดีตามกฎหมาย การริเริ่มคดี การต่อสู้คดี การระงับข้อพิพาทนอกศาล และการดำเนินการอื่น ๆ เพื่อปกป้องสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท หรือโต้แย้งข้อกล่าวหาที่มีต่อบริษัทตามที่มีกฎหมายอนุญาต ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป
– เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว
– เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย


ผลกระทบจากการไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคล
• ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคลากร/ บุคคลที่เกี่ยวข้องกับบุคลากร

บริษัทเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาจ้างแรงงาน รวมถึงเพื่อประโยชน์โดยชอบในการดำเนินธุรกิจของบริษัทและบุคคลที่สามที่มีความสัมพันธ์ในทางธุรกิจกับบริษัท ดังนั้น ในกรณีที่ท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บริษัท บริษัทอาจไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ของบริษัทในฐานะนายจ้าง หรือคู่สัญญากับนายจ้างท่าน หรือคู่สัญญากับบุคคลที่สามที่บริษัทมีความสัมพันธ์ในทางธุรกิจด้วย ซึ่งอาจส่งผลต่อการทำงานร่วมกันของท่านกับบริษัทต่อไปได้ อย่างไรก็ดี ในบางกรณีที่บริษัทขอความยินยอมในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน อาทิ กรณีที่บริษัทต้องขอความยินยอมในการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นเพื่อจัดหาสวัสดิการให้กับท่าน เช่น การทำประกันสุขภาพให้แก่ท่าน  แต่ท่านไม่ให้ความยินยอมหรือเพิกถอนความยินยอมในภายหลัง การถอนความยินยอมอาจส่งผลให้บริษัทไม่สามารถดำเนินการใด ๆ เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ที่บริษัทได้แจ้งไว้กับท่านได้ ซึ่งอาจรวมถึงการที่ท่านอาจไม่ได้รับสวัสดิการบางประการของบริษัท แต่ทั้งนี้ท่านยังคงสามารถให้หรือไม่ให้ความยินยอมหรือเพิกถอนความยินยอมได้โดยสมัครใจและเป็นอิสระ โดยการกระทำเช่นนั้นย่อมไม่ส่งผลต่อการประเมินผลงานและความสามารถของท่านที่กระทำโดยบริษัท

การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล และการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลทั้งในประเทศและต่างประเทศ
เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่ระบุไว้ในประกาศฉบับนี้ ในบางกรณี บริษัทอาจมีความจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่บุคคลหรือองค์กรใด ๆ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงบุคคลหรือองค์กรดังต่อไปนี้

  • บุคคลหรือหน่วยงานต่าง ๆ ภายในบริษัทฯ ทั้งนี้ ให้หมายความรวมถึงผู้บริหาร หัวหน้างาน พนักงาน ลูกจ้าง และ/หรือบุคลากรภายในของบริษัทดังกล่าวเท่าที่เกี่ยวข้อง และตามความจำเป็นเพื่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
  • ลูกค้า คู่ค้าของบริษัท เช่น ผู้สอบบัญชี ที่ปรึกษากฎหมาย ที่ปรึกษาทางธุรกิจ บริษัทที่ได้รับการรับรองให้ตรวจสอบมาตรฐานระบบการจัดการบริหารงานคุณภาพของบริษัท หรือที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญอื่นภายนอกบริษัท
  • บริษัทอื่น ๆ ที่อยู่ในกลุ่มในเครือบริษัท ผู้ให้บริการภายนอก คู่ค้าทางธุรกิจและตัวแทนที่บริษัทดังกล่าวว่าจ้าง
  • บุคคลที่ท่านได้อ้างอิงไว้ในเอกสารที่ใช้เก็บข้อมูลส่วนบุคคล
  • องค์กรหรือหน่วยงานฝึกอบรมภายนอก
  • หน่วยงานของรัฐ เช่น สำนักงานประกันสังคม กรมสรรพากร กระทรวงพาณิชย์ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สถานทูต สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สถานีตำรวจ เป็นต้น
  • หน่วยงานเอกชน เช่น ธนาคารพาณิชย์ บริษัทประกัน สถานพยาบาล เป็นต้น
  • พนักงานตำรวจ ศาล อนุญาโตตุลาการ ทนายความ บุคคลหรือหน่วยงานใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการพิจารณาคดีและการระงับข้อพิพาท
  • บุคคลที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายกิจการ การควบรวมกิจการ การปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กร

ในบางกรณี บริษัทมีความจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศให้แก่บริษัทในกลุ่มในเครือหรือองค์กรอื่นใดที่อยู่ต่างประเทศ รวมถึงลูกค้าหรือคู่ค้าอยู่ต่างประเทศ เพื่อวัตถุประสงค์ที่ระบุข้างต้นด้วย โดยบริษัทจะตรวจสอบให้มั่นใจว่าประเทศปลายทางมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอและเป็นไปตามกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ขณะนั้นกำหนด หากบริษัทจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังประเทศที่มีมาตรฐานคุ้มครองส่วนบุคคลที่ยังไม่ได้รับการรับรองตามกฎหมายหรือกรณียังไม่มีกฎหมายกำหนดรับรองเรื่องมาตรฐานดังกล่าว บริษัทจะปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดไว้เพื่อให้การส่งหรือโอนดังกล่าวเป็นไปโดยชอบ ซึ่งอาจรวมถึงการขอความยินยอมจากท่านในกรณีที่จำเป็น หรือการจัดการให้มีมาตรการต่าง ๆ ที่เหมาะสมเพื่อให้ท่านยังคงสามารถบังคับตามสิทธิของท่านได้ รวมทั้งจัดให้มีมาตรการเยียวยาทางกฎหมายที่มีประสิทธิภาพตามที่กฎหมายกำหนด

 

ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

  • ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคลากร
    บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามระยะเวลาดังต่อไปนี้
  • บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตลอดระยะเวลาของสัญญาจ้างแรงงาน สัญญาจ้างกรรมการ (ถ้ามี)และหลังจากท่านพ้นจากสถานะการเป็นบุคลากรของบริษัท เป็นระยะเวลาไม่เกิน 10 ปี
  • กรณีข้อมูลลายฝ่ามือ/ใบหน้า บริษัทจะลบหรือทำลายภายในระยะเวลา 30 วัน นับแต่วันที่ท่านพ้นจากสถานะการเป็นบุคลากรของบริษัท
  • ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับบุคลากร
    บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตลอดระยะเวลาการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของบุคลากรที่กำหนดไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้

ทั้งนี้ ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวทั้งหมดหรือบางส่วนอาจถูกเก็บรักษาเกินกว่าระยะเวลาที่ระบุไว้ข้างต้นสำหรับการนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายที่ใช้บังคับ และการปกป้องสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท หรือโต้แย้งข้อกล่าวหาที่มีต่อบริษัท โดยในกรณีดังกล่าวข้อมูลส่วนบุคคลจะถูกเก็บรักษาตลอดระยะเวลาที่มีความจำเป็นต่อการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว และหรือภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

สิทธิของท่านในการดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านมีสิทธิตามกฎหมายในการดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทเก็บรวบรวมไว้ ดังนี้

  1. 1. สิทธิเพิกถอนความยินยอม ท่านมีสิทธิเพิกถอนความยินยอมให้เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมไว้ทั้งหมดหรือบางส่วนได้ตลอดระยะเวลาที่บริษัทเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไว้ โดยการเพิกถอนความยินยอมจะไม่ส่งผลกระทบต่อความถูกต้องสมบูรณ์ของการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้กระทำก่อนที่จะมีการเพิกถอนความยินยอมนั้น
  2. 2. สิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิในการขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลและขอให้บริษัททำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ รวมถึงขอให้บริษัทเปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านไม่ได้ให้ความยินยอมต่อบริษัทให้แก่ท่านได้
  3. 3. สิทธิร้องขอให้โอนหรือส่งข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมิสิทธิขอให้บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลอื่นหรือตัวท่านเองได้ภายใต้เงื่อนไขของกฎหมาย
  4. 4. สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทได้ภายใต้เงื่อนไขของกฎหมาย
  5. 5. สิทธิร้องขอให้ลบข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลกลายเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ตามเงื่อนไขของกฎหมาย
  6. 6. สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลได้ตามเงื่อนไขของกฎหมาย
  7. 7. สิทธิในการขอให้แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง ท่านมีสิทธิในการขอให้บริษัทแก้ไขข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง หรือ เพิ่มเติมข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์ได้
  8. 8. สิทธิในการร้องเรียน ท่านมีสิทธิในการร้องเรียนต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่บริษัทหรือพนักงานหรือผู้รับจ้างของบริษัท ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ทั้งนี้ ท่านสามารถแจ้งการใช้สิทธิดังกล่าวแก่บริษัทได้โดยแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรตามข้อมูลการติดต่อของบริษัทซึ่งอยู่ด้านล่างนี้ ในกรณีที่บริษัทไม่อาจทำตามคำขอของท่านได้ บริษัทจะอธิบายเหตุผลของการปฏิเสธไปพร้อมกับคำตอบสนองดังกล่าว

การเปลี่ยนแปลงประกาศความเป็นส่วนตัว
บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไขปรับปรุงประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ตามสมควร โดยประกาศฉบับนี้ได้รับการแก้ไขปรับปรุงครั้งล่าสุดใน วันที่ 1 มิถุนายน 2565

ข้อมูลและช่องทางการติดต่อของบริษัท

บริษัท วิชัยเทรดดิ้ง(1983) จำกัด
ที่อยู่:  6/4 ถนนหัวหมาก แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพ 10240
เบอร์โทรศัพท์: 02-715-0888
อีเมล์: [email protected]